ข้อบังคับ

เมื่อวันที่ , เปิดอ่าน 389 ครั้ง

ข้อบังคับ
สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย

หมวด ๑


ความทั่วไป
ข้อ ๑ สมาคมชื่อ “สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย” มีชื่อย่อว่า สข.ชร.
เรียกเป็นภาษอังกฤษว่า Chiangrai Local Government Association ชื่อย่อ CLGA


ข้อ ๒ ในข้อบังคับนี้
“สมาคม” หมายถึง สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย
“องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายถึง องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหาร ส่วนตำบลในเขตจังหวัดเชียงราย
“ข้าราชการ” หมายถึง ข้าราชการส่วนท้องถิ่นสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และ
องค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดเชียงราย
“ลูกจ้าง” หมายถึง ลูกจ้างประจำ พนักงานจ้างตามภารกิจ และพนักงานจ้างทั่วไปขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดเชียงราย
“คณะกรรมการ” หมายถึง คณะกรรมการสมาคมข้าราชการท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย
“กรรมการ” หมายถึง กรรมการสมาคมข้าราชการท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย
“สมาชิก” หมายถึง สมาชิกสมาคมข้าราชการท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย

ข้อ ๓ ตราเครื่องหมายสมาคม มีลักษณะเป็นรูปวงกลม ในกรอบรอบครึ่งวงกลมด้านบนมีตัวอักษรภาษาไทยเขียน
คำว่า “สมาคมข้าราชการท้องถิ่น” ครึ่งวงกลมด้านล่างมีตัวอักษรภาษาไทย คำว่า “จังหวัดเชียงราย” มี ตราราชสีห์สีทองอยู่ในวงกรอบวงกลมมีความหมายว่า ราชสีห์เป็นสัตว์ที่สะอาดไม่มัวหมอง เยื้องกรายไปด้วย เท้าทั้งสี่อย่างกล้าหาญ มีรูปร่างโอ่อ่า สร้อยคอสะสวยไม่นอบน้อมสัตว์ใดแม้ต้องสิ้นชีวิต หาอาหารโดยลำพัง ไม่สะสมอาหาร ไม่ทะเยอทะยานจนเกินต้องการ มีนิสัยไม่รังแกหรือทำร้ายสัตว์ที่อ่อนแอกว่าตนเอง ปกป้อง คุ้มครองรักษาทุกสรรพสิ่งในเขตหากินของตนเองอย่างเต็มกำลัง มีช่อชัยพฤกษ์สีเหลือง อยู่ในกรอบวงกลมทั้ง สองด้าน มีความหมายว่า ดอกชัยพฤกษ์เป็นไม้มงคล เป็นต้นไม้แห่งชัยชนะ ใช้ประดับเพื่อเป็นเกียรติอัน ยิ่งใหญ่แก่กวีและนักดนตรีในสมัยโบราณ ประเทศไทยใช้ช่อชัยพฤกษ์ประดับเพื่อแสดงถึงความเป็นมงคล และความสำเร็จ เช่น อินทรธนูข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และใช้ต้นชัยพฤกษ์เป็นต้นไม้ประจำจังหวัดและส่วน ราชการมีเส้นของวงกลมสองเส้นสีเขียวสีอันเป็นสีประจำกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นมีความหมายว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ในการกำกับดูแลของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น มีพื้นหลังภายใน วงกลมเป็นสีม่วงอันเป็นสีประจำจังหวัดเชียงราย มีความหมายว่า สมาชิกสมาคมเป็นบุคลากรของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ความหมายในตราสัญลักษณ์นี้ จึงเป็นสัญลักษณ์ของ ข้าราชการท้องถิ่นที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการรับใช้สนองพระเจ้าแผ่นดิน และปฏิบัติหน้าที่ราชการต่างพระเนตร พระกรรณ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างมีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ มีความจงรักภักดีต่อ สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ มีอุดมการณ์ในการผดุงความยุติธรรม มีความ
เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุผลสำเร็จ มีความสมบูรณ์ โดยยึดถือ กฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ โดยมีรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวสูงสุด พร้อมทั้งยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต ยุติธรรม ดำรง

ตนเป็นข้าราชการที่ดี ไม่ประพฤติตนให้มีมลทินมัวหมอง ปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญ สง่างาม ไม่ยินยอมให้ ตนหรือผู้อื่นใช้ตำแหน่งหน้าที่ทำการทุจริต ไม่ยึดติดกับตำแหน่ง ลาภยศ สรรเสริญ มีแต่ความสง่างามน่า เกรงขาม และแสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น ความมีชีวิต มีตัวตน และความดำรงอยู่ในสังคมของ ข้าราชการท้องถิ่นทั้งในอดีต ปัจจุบัน และจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองใน ระบอบประชาธิปไตยของประเทศชาติในอนาคตตลอดไป
ตราสมาคม

ข้อ ๔ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของสมาคม ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 333 หมู่ที่ 8 ตำบลป่าก่อดำ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย
57250


ข้อ ๕ วัตถุประสงค์ของสมาคม มีดังนี้
๕.๑ เป็นองค์กรกลางในการสื่อสารสัมพันธ์ และช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันในหมู่ข้าราชการท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหาร ส่วนตำบลภายในจังหวัดเชียงราย
๕.๒ เป็นองค์กรกลางในการจัดฝึกอบรมสัมมนารวมถึงการ จัดกิจกรรมในหมู่คณะสมาชิก เพื่อประโยชน
การให้บริการสาธารณะในภารกิจ อำนาจและหน้าทีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมาย
อาทิ กิจกรรม
(๑) ด้านวิชาการ
(๒) ด้านการพัฒนาทักษะความรู้ ความสามารถและศักยภาพ
(๓) ด้านการพัฒนาการบริหารจัดการ การปฏิบัติงานทั่วไปและธรรมาภิบาล
(๔) ด้านพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม
(๕) ด้านสุขภาวะกายและใจและสวัสดิภาพความปลอดภัย
(๖) ด้านสวัสดิการ การกีฬาและนันทนาการ
(๗) ด้านอื่น ๆ ที่คณะกรรมการพิจารณาว่าเหมาะสม เป็นประโยชน์ต่อสมาชิก องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนโดยรวม
๕.๓ เป็นองค์กรในการพัฒนาบุคลากร สร้างมาตรฐานการทำงาน และส่งเสริมขวัญและกำลังใจ
๕.๔ เป็นองค์กรในการจัดกิจกรรมด้านการกุศล การสงเคราะห์หรือสร้างสรรค์สังคมเพื่อการมีส่วนร่วมที่ ต้องธำรงไว้ ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
๕.๕ เป็นองค์กรที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
๕.๖ เป็นองค์กรเชื่อมประสานระหว่างข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงาน จ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดเชียงราย เพื่อความเป็นเอกภาพในการพัฒนาองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และระบบการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๕.๗ เป็นองค์กรเชื่อมประสานให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างข้าราชการฝ่ายประจำกับข้าราชการฝ่ายการ
เมืองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันจะเป็นการเสริมสร้างให้มีความเข้าใจในวิถีชีวิต และการ
ปฏิบัติหน้าที่บุคลากรฝ่ายประจำ รวมทั้งร่วมเสนอแนะทางออกที่เหมาะสมกรณีเกิดข้อขัดแย้งใน
องค์กร
๕.๘ เป็นองค์กรเชื่อมประสานให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นต่อหน่วยงานราชการ องค์กรเอกชน สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป
๕.๙ เพื่อเป็นองค์กรส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาท อำนาจ หน้าที่ วิถีชีวิต วัฒนธรรมองค์กร แนวทางปฏิบัติราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแก่ข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ พนักงานจ้าง รวมทั้งผู้บริหาร สมาชิกสภาท้องถิ่น ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนผู้สนใจทั่วไป
๕.๑๐ เป็นองค์กรกลางในการสะท้อนปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ หรือพนักงานส่วน ท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้าง ต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบหรือเกี่ยวข้องกับการกำกับดูแล ส่งเสริมและพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งรัฐบาล รัฐสภา สื่อมวลชน องค์กรภาคเอกชน และหน่วยงานตรวจสอบทั้งภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหา
อุปสรรคดังกล่าวต่อหน่วยงานดังกล่าว
๕.๑๑ เป็นองค์กรกลางในการให้ความช่วยเหลือต่อมวลสมาชิกที่ได้รับความทุกข์หรือความคับข้องใจ หรือ ความเดือดร้อนทั้งทางร่างกาย และจิตใจ อันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรืออันมีสาเหตุ
หรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการนั้น ๆ

หมวด ๒
สมาชิก


ข้อ ๖ สมาชิกของสมาคมมี ๒ ประเภท คือ
๖.๑ สมาชิกสามัญ ได้แก่
(๑) ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างในสังกัดขององค์การบริหารส่วน
จังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบลภายในเขตจังหวัดเชียงราย
(๒) ผู้เริ่มการขอจัดตั้งสมาคม
๖.๒ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการลงมติ
ให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม

ข้อ ๗ สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
๗.๑ เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือลูกจ้างประจำ หรือพนักงานจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๗.๒ เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
๗.๓ เห็นชอบกับวัตถุประสงค์ของสมาคมนี้
๗.๔ ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ

ข้อ ๘ การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยื่นใบสมัครตามแบบ ของสมาคมต่อนายทะเบียนสมาคม และให้นายทะเบียนสมาคมติด ประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้ ณ
สำนักงานของสมาคม เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๗ วัน เพื่อให้สมาชิกอื่น ๆ ของสมาคมจะคัดค้านการ
สมัครนั้น เมื่อครบกำหนดประกาศแล้ว ให้นายทะเบียนสมาคมนำใบสมัครและ หนังสือคัดค้านของ
สมาชิก (ถ้ามี) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณา และเมื่อคณะกรรมการ พิจารณาการสมัคร
แล้วผลเป็นประการใดให้นายทะเบียนสมาคมแจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว

ข้อ ๙ ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ผู้สมัครนั้นต้องชำระเงินค่าธรรมเนียมแรก
เข้าและค่าบำรุงสมาคมให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียนสมาคมและสมาชิกภาพของผู้สมัครให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมแรกเข้า และค่าบำรุงสมาคม
เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าบำรุงสมาคมภายในกำหนด ให้
ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก

ข้อ ๑๐ สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้
พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมได้มาถึงยังสมาคม

ข้อ ๑๑ ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม
๑๑.๑ สมาชิกสามัญ จะต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า ๑๐๐ บาท
และค่าบำรุงเป็นรายปี ๆ ละ ๒๐๐ บาท
๑๑.๒ สมาชิกกิตติมศักดิ์ มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ข้อ ๑๒ สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้
๑๒.๑ ตาย
๑๒.๒ ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการได้พิจารณา
อนุมัติ และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเรียบร้อยแล้ว
๑๒.๓ ขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิกสมาคมตามข้อ ๗
๑๒.๔ ขาดการชำระค่าบำรุงสมาคม เป็นระยะเวลา ๓ ปี ติดต่อกัน
๑๒.๕ ที่ประชุมใหญ่ของสมาคมมีมติเห็นชอบให้ออก เนื่องจากมีพฤติกรรมเป็นปรปักษ์ต่อสมาคม หรือมี
พฤติกรรมนำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม
การสิ้นสุดสมาชิกสภาพตามข้อ ๑๒.๓ และข้อ ๑๒.๔ มีผลเมื่อคณะกรรมการสมาคมมีมติเห็นชอบ แล้ว และการสิ้นสุดสมาชิกภาพตามข้อ ๑๒.๕ มีผลในวันที่ที่ประชุมใหญ่ของสมาคมมีมติเห็นชอบให้ออก

ข้อ ๑๓ สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกสมาคม มีดังต่อไปนี้
๑๓.๑ มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกันและมีสิทธิประดับตราเครื่องหมายของสมาคม
๑๓.๒ มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ
๑๓.๓ มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
๑๓.๔ มีสิทธิได้รับเอกสารข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับกิจกรรมของสมาคม และข่าวการบริหารงานบุคคลของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามที่สมาคมจัดทำขึ้น
๑๓.๕ มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือด้านวิชาการ ด้านกฎหมายและคดีความ ด้านการสงเคราะห์หรือฌาปนกิจ
หรือความช่วยเหลืออื่นตามที่สมาชิกร้องขอ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
๑๓.๖ มีสิทธิในที่ประชุมใหญ่สามัญหรือวิสามัญของสมาคม โดยมีสิทธิดังนี้
(๑) เข้าร่วมประชุม
(๒) อภิปรายข้อความตามที่ประชุมอยู่ในระเบียบวาระการประชุม
(๓) เสนอข้อคิดเห็นหรือซักถามข้อสงสัยในข้อความที่ประชุมอยู่ในระเบียบวาระการประชุม
(๔) เสนอสมาชิกอื่นให้ได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการ
(๕) ได้รับการเสนอชื่อให้ได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการ
(๖) ออกเสียงลงมติ
(๗) รับรองข้อเสนอที่สมาชิกอื่นเสนอ
(๘) เสนอให้ลงมติ
๑๓.๗ สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการและมีสิทธิ
ออกเสียงลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมได้คนละ ๑ เสียง
๑๓.๘ มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม
๑๓.๙ มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิกสามัญจำนวน
ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คนทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้
๑๓.๑๐ มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
๑๓.๑๑ มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
๑๓.๑๒ มีหน้าที่ให้ร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่าง ๆ ของสมาคม
๑๓.๑๓ มีหน้าที่เข้าร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
๑๓.๑๔ มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เผยแพร่กิจกรรมของ
สมาคม และเชิญชวนบุคคลอื่นเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคม
๑๓.๑๕ ไม่ประพฤติตนเป็นปรปักษ์ต่อสมาคม

หมวดที่ 3
การดำเนินกิจการสมาคม
ข้อ ๑๔ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการสมาคม ประกอบด้วย นายกสมาคมคนหนึ่ง และ กรรมการสมาคมอีกจำนวนอย่างน้อย 13 คน แต่ไม่เกิน ๔๙ คน
ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกสมาชิกสามัญคนหนึ่งเป็นนายกสมาคม และสมาชิกสามัญอื่นเป็นกรรมการสมาคมตามวรรคหนึ่ง
ให้คณะกรรมการที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ เลือกระหว่างกันเองเป็น อุปนายกไม่เกิน ๖ คน สำหรับตำแหน่งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ให้นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้ง ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ เข้าดำรงตำแหน่งต่างๆ ของสมาคม ตามที่กำหนดไว้ ซึ่งตำแหน่งของกรรมการมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขป ดังต่อไปนี้

 

14.๑ นายกสมาคม
(๑) บริหารกิจการของสมาคม ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ นโยบาย ระเบียบแบบแผน และ
ข้อบังคับของสมาคม
(๒) เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่ของสมาคม
(๓) เป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคล หน่วยงาน สถาบันทั้งในและนอกประเทศ
(๔) เป็นผู้รักษาระเบียบในการประชุม
14.๒ อุปนายกสมาคม
(๑) ทำหน้าที่แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคม ไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
(๒) ปฏิบัติหน้าที่ตามที่นายกสมาคม หรือคณะกรรมการมอบหมาย
14.๓ เลขานุการสมาคม
(๑) ลงนามในเอกสารเพื่อกำหนดวันประชุม และเอกสารสำคัญของสมาคม ตามมติคณะกรรมการ
(๒) จัดระเบียบวาระการประชุม บันทึกการประชุม เป็นเลขาธิการ และดำเนินการเกี่ยวกับการ
ประชุม
(๓) ปฏิบัติงานสารบรรณและเก็บรักษาเอกสาร
(๔) ดำเนินกิจการของสมาคม โดยทั่วไปที่ไม่อยู่ในหน้าที่ของผู้ใด
(๕) ประสานงานกับกรรมการ เพื่อให้การบริหารงานของสมาพันธ์ ดำเนินไปด้วยดี
(๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายกสมาคม หรือคณะกรรมการมอบหมาย
(๗) รักษาการแทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคม และอุปนายกสมาคม ไม่อยู่หรือไม่สามารถ
ปฏิบัติหน้าที่ได้
(๘) เป็นหัวหน้าผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ของสมาคม
14.๔ รองเลขานุการสมาคม
(๑) ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขานุการ เมื่อเลขาธิการไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
(๒) เป็นผู้ช่วยเหลือเลขานุการ ในการบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ของสมาคม
(๓) ปฏิบัติหน้าที่ตามที่เลขานุการ นายกสมาคม หรือคณะกรรมการมอบหมาย
14.๕ ประชาสัมพันธ์
(๑) ปฏิบัติหน้าที่เผยแพร่ข่าวสาร กิจกรรม ผลงานของสมาคมต่อสมาชิก สื่อมวลชน และผู้สนใจ
ทั่วไป ผ่านสื่อมวลชน สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ วิทยุ และอินเตอร์เน็ต
(๒) แถลงข่าว แถลงการณ์ ประกาศ โต้ตอบ หรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับสมาคม
(๓) จัดทำสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ และเว็บไซต์ เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรม ผลงาน
ของสมาคม
(๔) แจ้งมติคณะกรรมการ มติที่ประชุมใหญ่ ไปยังสมาชิก
(๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายกสมาคม หรือคณะกรรมการมอบหมาย
14.๖ ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์
(๑) ปฏิบัติหน้าที่แทนประชาสัมพันธ์เมื่อประชาสัมพันธ์ไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
(๒) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ประชาสัมพันธ์ นายกสมาคม หรือคณะกรรมการมอบหมาย
14.๗ เหรัญญิกสมาคม
(๑) รับเงิน เก็บรักษาเงิน เบิกจ่ายเงินของสมาคม ให้เป็นไปตามข้อบังคับ และระเบียบที่คณะ
กรรมการกำหนด
(๒) จัดทำบัญชีรับจ่ายเงิน งบดุล งบทดลองประจำเดือน งบประจำปี และการบัญชีอื่น ๆ ของ
สมาคม ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ทางราชการกำหนด
(๓) ดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการเงินและการบัญชีของสมาคม
(๔) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายกสมาคม หรือคณะกรรมการมอบหมาย
14.๘ ผู้ช่วยเหรัญญิกสมาคม
(๑) ปฏิบัติหน้าที่แทนเหรัญญิกเมื่อเหรัญญิกไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
(๒) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่เหรัญญิก นายกสมาคม หรือคณะกรรมการมอบหมาย
14.๙ นายทะเบียนสมาคม
(๑) จัดทำและเก็บรักษาทะเบียนประวัติของสมาชิก และคณะกรรมการ
(๒) จัดทำและเก็บรักษาประวัติของสมาคม
(๓) แก้ไขปรับปรุงทะเบียนของสมาชิกให้ถูกต้องตามความเป็นปัจจุบัน
(๔) จัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสมัครสมาชิก สวัสดิการสมาชิก และอื่น ๆ
(๕) รณรงค์เชิญชวนให้มีการสมัครเข้าเป็นสมาชิกสมาคมอย่างสม่ำเสมอ
(๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายกสมาคม หรือคณะกรรมการมอบหมาย
14.๑๐ ผู้ช่วยนายทะเบียนสมาคม
(๑) ปฏิบัติหน้าที่แทนนายทะเบียน เมื่อนายทะเบียนไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
(๒) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายทะเบียน นายกสมาคม หรือคณะกรรมการมอบหมาย
14.๑๑ วิชาการและฝึกอบรม
(๑) จัดทำและเผยแพร่เอกสารความรู้เกี่ยวกับบทบาท อำนาจ หน้าที่ ขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น แนวทางการปฏิบัติหน้าที่ราชการ การบริหารงานบุคคล และอื่น ๆ อันเกี่ยวเนื่อง
หรือเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการของมวลสมาชิก
(๒) จัดทำโครงการหรือกิจกรรมเกี่ยวกับการฝึกอบรม ประชุม สัมมนา แก่สมาชิก
และบุคคลผู้สนใจทั่วไป
(๓) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายกสมาคม หรือคณะกรรมการมอบหมาย
14.๑๒ ผู้ช่วยวิชาการและฝึกอบรม
(๑) ปฏิบัติหน้าที่แทนวิชาการและฝึกอบรม เมื่อวิชาการและฝึกอบรมไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติ
หน้าที่ได้
(๒) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่วิชาการและฝึกอบรม นายกสมาคม หรือคณะกรรมการมอบหมาย
ข้อ ๑๕ คณะกรรมการของสมาคมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ ๔ ปี และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบ
กำหนดตามวาระแล้วแต่กรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ ให้คณะกรรมการ ที่ครบกำหนดวาระรักษาการไปพลางก่อน จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจาก ทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่ง และมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่า และคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้น ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ
ข้อ ๑๖ ตำแหน่งกรรมการสมาคมถ้าต้องว่างก่อนครบกำหนดตามวาระ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใด คนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของ ผู้ที่ตนแทนเท่านั้น
ข้อ ๑๗ กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผล ดังต่อไปนี้ คือ
๑๗.๑ ตาย
๑๗.๒ ลาออก
๑๗.๓ ขาดจากสมาชิกภาพ
๑๗.๔ ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง
กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการ ให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ
เลขานุการสมาคม และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก
ข้อ ๑๘ อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
๑๘.๑ มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อ
ข้อบังคับฉบับนี้
๑๘.๒ มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
๑๘.๓ มีอำนาจแต่งตั้งที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่ที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ใน ตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
๑๘.๔ มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
๑๘.๕ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่น ๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
๑๘.๖ มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่น ๆ ตามที่
ข้อบังคับได้กำหนดไว้
๑๘.๗ มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
๑๘.๘ มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญจำนวน ๑ ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด
หรือสมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน ได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นซึ่งการ
นี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
๑๘.๙ มีหน้าที่ทำเอกสารหนักฐานต่าง ๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ
ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้ เมื่อสมาชิกร้องขอ
๑๘.๑๐ จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆ ของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ
๑๘.๑๑ มีหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
ข้อ ๑๙ คณะกรรมการ จะต้องจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการอย่างน้อยเดือนละครั้ง ทั้งนี้ เพื่อปรึกษาหารือ เกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม สถานที่ วันเวลา และระเบียบวาระในการประชุมของคณะกรรมการให้ เลขานุการสมาคมนำเสนอนายกสมาคมเพื่อพิจารณา เมื่อนายกสมาคมเห็นชอบแล้ว ให้เลขานุการมีหนังสือ เชิญประชุมไปยังคณะกรรมการสมาคม อย่างช้าไม่น้อยกว่า ๓ วันก่อนวันประชุม
กรณีมีความจำเป็น คณะกรรมการอาจจัดให้มีการประชุมทางไกลผ่านสัญญาณดาวเทียมหรือผ่าน ระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต หรือวิธีอื่นใดก็ได้ โดยให้คำนึงถึงประสิทธิภาพของการประชุม และเรื่องที่จะ พิจารณา ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
การประชุมคณะกรรมการจะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึง จะถือว่าครบองค์ประชุม
มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็น เกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ ๒0 การประชุมคณะกรมการ จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ของกรรมการทั้งหมด จึงจะ ถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือ คะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ ๒1 ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคม และอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติ
หน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็น
ประธานในการประชุมคราวนั้น

หมวด ๔
การประชุมใหญ่

ข้อ ๒2 การประชุมใหญ่ของสมาคมมี ๒ ประเภท คือ
๒๔.๑ ประชุมใหญ่สามัญ
๒๔.๒ ประชุมใหญ่วิสามัญ
ข้อ ๒3 คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๆ ละ ๑ ครั้ง ภายในเดือนธันวาคมของทุกปี ภายหลังสิ้นปีบัญชีของสมาคม
ปีบัญชีของสมาคมตามวรรคหนึ่งให้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม และสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม
ของทุกปี

ข้อ ๒4 การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นจากการ
เข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า ๑ ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือ สมาชิกสามัญ จำนวนไม่น้อย
กว่า ๑๐๐ คน ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขั้น
ข้อ ๒5 การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบ และการแจ้ง
จะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้
ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลา
ไม่น้อยกว่า ๗ วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่ หรือใช้วิธีหนึ่งวิธีใดหรือหลายวิธีดังต่อไปนี้เพื่อให้สมาชิก
รับทราบ คือ
(๑) ประชาสัมพันธ์ทางสื่อวิทยุ
(๒) ประชาสัมพันธ์ทางสื่อโทรทัศน์
(๓) ประชาสัมพันธ์ทางสื่อหนังสือพิมพ์
(๔) ประชาสัมพันธ์ทางสื่อไปรษณีย์อิเลคทรอนิกส์และอินเทอร์เน็ต
ข้อ ๒6 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้
๒๘.๑ แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
๒๘.๒ แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ
๒๘.๓ เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดวาระ
๒๘.๔ เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
๒๘.๕ เรื่องอื่น ๆ ถ้ามี
ข้อ ๒7 ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อย
กว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม
กรณีเมื่อถึงกำหนดเวลานัดประชุมสมาชิกสามัญมาไม่ครบองค์ประชุมตามวรรคหนึ่ง ให้ ยกเลิกการ
ประชุมในครั้งนั้น และให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับการประชุมในครั้งหลังนี้ ถ้ามีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมเป็น จำนวนเท่าใด ก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจากการร้องขอของ สมาชิก ก็ไม่ต้องจัดประชุมใหญ่ ให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก
ข้อ 28 การลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็น เกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ 29 ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคม และอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถจะ ปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่ง ให้ทำหน้าที่เป็น ประธานในการประชุมคราวนั้น

หมวด ๕
การเงิน ทรัพย์สิน

ข้อ 30 การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคมถ้ามี ให้นำฝากไว้
ในธนาคารกรุงไทย สาขาเชียงราย
ข้อ 31 การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ที่คณะกรรมการ มอบหมายให้ทำการแทนนายกสมาคมลงนามร่วมกับเหรัญญิก หรือเลขานุการ พร้อมกับประทับตราของ สมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้
ข้อ 32 ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ถ้าเกิน กว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ
ข้อ 33 ให้เหรัญญิก มีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่า จำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้
ข้อ 34 เหรัญญิก จะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือจ่ายเงินทุก ครั้งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทนร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำ การแทน พร้อมกับประทับตามของสมาคมทุกครั้ง
ข้อ 35 ผู้สอบบัญชี จะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต
ข้อ 36 ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการ และสามารถ จะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถาม เกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้
ข้อ 37 คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

หมวด ๖
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ การเปลี่ยนชื่อสมาคม และการเลิกสมาคม

ข้อ 38 ข้อบังคับสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมี สมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้ เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุม ทั้งหมด
ข้อ 39 การเปลี่ยนชื่อสมาคม ที่ประชุมใหญ่สมาคมอาจมีมติให้เปลี่ยนชื่อสมาคมได้ โดยองค์ประชุมใหญ่จะต้อง เป็นไปตามข้อกำหนดในข้อ ๔๑ โดยอนุโลม
ข้อ ๔0 การเลิกสมาคมจะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุม